7 สุดยอดแลนด์มาร์ก แห่งประเทศจีน

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมที่หลากหลาย และทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ หากคุณกำลังวางแผนที่จะเดินทางไปยังประเทศอันกว้างใหญ่และมีชีวิตชีวาแห่งนี้ โปรดอย่าลืมรวมสถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชมทั้งเจ็ดแห่งนี้ไว้ในแผนการเดินทางของคุณ ตั้งแต่สิ่งมหัศจรรย์โบราณไปจนถึงสิ่งมหัศจรรย์สมัยใหม่ จีนนำเสนอประสบการณ์หลากหลายที่จะทำให้คุณประทับใจ

1. กำแพงเมืองจีน

การเดินทางไปจีนจะไม่สมบูรณ์หากไม่ได้ไปเยี่ยมชมกำแพงเมืองจีนอันโด่งดัง ความยาวกว่า 13,000 ไมล์ สิ่งมหัศจรรย์โบราณแห่งนี้ทอดยาวผ่านภูเขา และหุบเขานำเสนอทัศนียภาพอันงดงามของทิวทัศน์โดยรอบ กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) เป็นกำแพงที่มีป้อมคั่นเป็นช่วง ๆ ของจีนสมัยโบราณ กำแพงส่วนใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน ทั้งนี้เพื่อป้องกันการบุกรุกจาก ชาวฮั่น หรือ ซฺยงหนู คำว่า ซฺยงหนู บางทีก็สะกดว่า ซุงหนู หรือ ซวงหนู ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับอารยธรรมจีนในยุคต้น ๆ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว

กำแพงเมืองจีนเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นจากแรงงานคนนับล้าน ใช้เวลานานนับ 10 ปี และแรงงานเหล่านี้ล้มตายจากการก่อสร้างนับหมื่นคน กำแพงเมืองจีนได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 (พ.ศ. 2530)

นอกจากกำแพงเมืองจีนที่ปักกิ่งแล้ว ยังมีกำแพงเมืองจีนที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น กำแพงเมืองจีนที่ฉ่านหลิง กำแพงเมืองจีนที่ซานไห่กวาน และกำแพงเมืองจีนที่เจียอวี้กวาน

กำแพงเมืองจีนเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมนุษยชาติ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

2. พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง

ก้าวเข้าสู่หัวใจกรุงปักกิ่งและดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของพระราชวังต้องห้าม ด้วยวังที่สวยงาม ลานภายในที่สวยงาม และประวัติศาสตร์อันยาวนาน พระราชวังนี้เคยเป็นที่พำนักของจักรพรรดิจีนมาหลายศตวรรษ สำรวจห้องโถงที่ออกแบบอย่างประณีตและชมสมบัติที่เก็บรวบไว้ภายใน ซึ่งแต่ละห้องบอกเล่าเรื่องราวของมรดกของจักรพรรดิจีน

พระราชวังต้องห้าม (紫禁城) หรือพระราชวังกู้กง จากชื่อภาษาจีนสามารถแปลตามตัวอักษรได้ว่า “เมืองต้องห้ามสีม่วง” พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน โดยเป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์
หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร หรือ 450 ไร่ (0.72 ตร.กม.) อาคาร 980 หลัง พระราชวังต้องห้ามมีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์ หอพระสมุด และห้องลับต่าง ๆ อีกมาก ทั้งยังมีสวน ลานกว้าง และทางเดินเชื่อมกันโดยตลอด มีคูและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตร ล้อมรอบ พระราชวังต้องห้ามใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 14 ปี ตั้งแต่ ค.ศ. 1406 จนถึง ค.ศ. 1420 ซึ่งตอนนี้ก็ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศจีนเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของพระราชวังที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งนี้ 

3.หุ่นทหารดินเผา สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้

นเมืองโบราณซีอาน ชมกองทัพทหารดินเผาที่น่าทึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางโบราณคดีที่ย้อนกลับไปสมัยราชวงศ์ฉิน กองทัพทหารขนาดเท่าคนจริงเหล่านี้ซึ่งปกป้องหลุมฝังศพของจักรพรรดิฉินซีฮuang เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือและวิศวกรรมของจีนโบราณ

กองทัพทหารดินเผาประกอบด้วยทหารดินเผาจำนวนมากกว่า 8,000 นาย แบ่งออกเป็น 3 กองทัพ ได้แก่ กองทัพม้า กองทัพรถรบ และกองทัพทหารราบ แต่ละกองทัพมีการจัดวางตำแหน่งและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แตกต่างกันไป ทหารดินเผาแต่ละนายมีความสูงประมาณ 1.8 เมตร มีลักษณะหน้าตา กริยาท่าทาง เครื่องแต่งกายไม่เหมือนกันแม้แต่ตัวเดียว

กองทัพทหารดินเผาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก สะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมจีนในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี กองทัพทหารดินเผาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1987

4. แม่น้ำหลีเจียง กุ้ยหลิน

แม่น้ำหลีเจียง (Li River) เป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่ไหลผ่านเมืองกุ้ยหลิน มณฑลกว่างซี ประเทศจีน แม่น้ำหลีเจียงมีความยาวประมาณ 437 กิโลเมตร ไหลผ่านพื้นที่ภูเขาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ สองฝั่งของแม่น้ำหลีเจียงเต็มไปด้วยยอดเขาหินปูนที่สูงตระหง่าน รูปร่างแปลกตา แม่น้ำหลีเจียงจึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ระเบียงจิตรกรรมธรรมชาติ”

แม่น้ำหลีเจียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก กิจกรรมการท่องเที่ยวยอดนิยมในแม่น้ำหลีเจียงคือ การล่องเรือชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติอันน่าทึ่งของแม่น้ำหลีเจียงอย่างใกล้ชิด

ล่องเรือแม่น้ำหลีเจียงเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนกุ้ยหลิน นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำได้ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงเย็น ในช่วงเช้าตรู่จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางยอดเขาหินปูนที่งดงาม ส่วนในช่วงเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามตระการตา นอกจากล่องเรือชมวิวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมอื่น ๆ ริมแม่น้ำหลีเจียง เช่น เดินเล่น พายเรือคายัค ตกปลา 

5. พระราชวังโปตาลา ลาซา


พระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ตั้งอยู่บนเนินเขามาร์โพรี ใจกลางเมืองลาซา เมืองหลวงของเขตปกครองตนเองทิเบต สาธารณรัฐประชาชนจีน พระราชวังโปตาลาเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของชาวทิเบต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1994

พระราชวังโปตาลาสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าซรอนซันกัมโป กษัตริย์องค์แรกแห่งอาณาจักรทิเบต ในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยได้รับการบูรณะและขยายต่อเติมเรื่อยมา พระราชวังโปตาลาประกอบด้วยอาคาร 13 ชั้น สูง 130 เมตร ประกอบด้วยวังขาวและวังแดง วังขาวเป็นที่ตั้งของสำนักงานและที่พักอาศัยขององค์ทะไลลามะและพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ ส่วนวังแดงเป็นที่ตั้งของสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นที่เก็บรักษาสมบัติทางศาสนามากมาย

พระราชวังโปตาลาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมภายในพระราชวังโปตาลาได้ โดยใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง

6. อุทธยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย

อุธทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) ตั้งอยู่ในมณฑลหูหนาน ประเทศจีน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,400 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งนี้มีชื่อเสียงจากภูเขาหินทรายที่สูงตระหง่าน รูปร่างแปลกตา คล้ายกับภูเขาลอยฟ้าในภาพยนตร์เรื่อง Avatar เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนไทย และคนทั่วโลก

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1992 อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1982 เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1992 ภาพยนตร์เรื่อง Avatar ออกฉาย ภูเขาหินทรายในอุทยานแห่งชาติจางเจี้ยได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างฉากภูเขาลอยฟ้าในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้อุทยานแห่งชาติจางเจี้ยเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

7. เซี่ยงไฮ้ มหานครท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน

เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีน ริมฝั่งแม่น้ำแยงซี มีประชากรประมาณ 24.28 ล้านคน

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่แล้ว เดิมทีเป็นเมืองท่าเล็กๆ จนกระทั่งในช่วงศตวรรษที่ 19 ได้มีการเปิดประเทศจีนสู่โลกตะวันตก เซี่ยงไฮ้จึงกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศ ปัจจุบัน เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ทันสมัยและเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การค้า อุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เมืองนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ เต็มได้ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นย่าน The Bund, ถนนคนเดินนานจิง หรือจะเป็นสวนสนุกขนาดใหญ่อย่างดิสนี่ย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่มีสถานที่ และกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบจริง ๆ