ทัวร์ FIT ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก | Rejoining Travel
ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา

ทัวร์ FIT ทิเบตเหนือ 7 วัน | ทิเบตตะวันออก ดินแดนหิมะและดอกท้อ ป่าหลู่หล่าง ช่องเขาเซ่อจี้ลา

ทิเบต, ลาซา, หลู่หล่าง, ปัวมี่, หลินจือ ประเทศจีน

รหัสทัวร์: FTB07

7 วัน 6 คืน

เหมาะสำหรับ 2-6 ท่าน

แผนการเดินทาง

1
วันที่ 1
เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ – ✈ สนามบินลาซา
  • ยังไม่รวมใบอนุญาตเข้าทิเบต 1200 หยวน/ท่าน


ระดับความสูงของที่พัก: ประมาณ 3,650 เมตร

ระยะทาง: ประมาณ 100 กิโลเมตร

ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง

วันนี้เป็นวันออกเดินทาง กรุณาไปถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก เพื่อขึ้นเที่ยวบินหรือยานพาหนะที่ท่านเลือกไว้ มุ่งหน้าสู่ สนามบินลาซา กงกา

เมื่อเดินทางถึงลาซา จะมีการต้อนรับท่านตามประเพณีของชาวทิเบตด้วย ผ้าคาดสีขาว (ฮาดา) พร้อมมอบของขวัญต้อนรับสุดลึกลับ จากนั้นเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนปรับสภาพร่างกาย

★ ข้อควรทราบ

  • เวลาถึงปลายทางจริง ให้ยึดตามตั๋วโดยสารที่ออกให้เป็นหลัก
  • สนามบินลาซ่า กงก่าอยู่ห่างจากตัวเมืองลาซ่ากว่า 70 กิโลเมตร (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) กรุณาวางแผนการเดินทางล่วงหน้า
  • เมื่อถึงโรงแรมและทำการเช็กอิน หากทางโรงแรมขอเก็บเงินมัดจำค่ากุญแจห้องพัก ไกด์/หัวหน้าทัวร์จะเป็นผู้ชำระให้ที่หน้าเคาน์เตอร์และได้รับคืนตอนเช็กเอาต์
  • กรุณาพกของมีค่าและเอกสารสำคัญติดตัวตลอดเวลา


อาหาร: ไม่มีบริการอาหาร

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวแบบมีระบบออกซิเจนในตัวเมืองลาซา

2
วันที่ 2
ลาซา – พระราชวังโปตาลา – วัดโจคัง – ถนนบาร์กอร์

เริ่มต้นเดินทางมุ่งหน้าสู่ พระราชวังโปตาลา (Potala Palace)ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่อยู่ในระดับความสูงมากที่สุดในโลก ตัววังมีรูปแบบทิเบต สูงกว่า 200 เมตร ภายนอกมี 13 ชั้น เนื่องจากสร้างบนไหล่เขา ทำให้ตัวอาคารดูกลมกลืนไปกับภูเขา งดงามและยิ่งใหญ่

  • จากนั้นเที่ยวชม วัดต้าเจาซื่อ / วัดโจคัง (Jokhang Temple)ที่ซึ่งถือเป็น "หัวใจ" และจุดหมายปลายทางที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทิเบต วัดแห่งนี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระโจโวศากยมุนี ซึ่งสร้างขึ้นตามพระรูปลักษณ์ของพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งทรงมีพระชนมายุ 12 พรรษา และเป็นศูนย์กลางของการจาริกแสวงบุญที่ผู้ศรัทธามักเดินทางมาทำการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์อยู่โดยรอบ
  • ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นที่ ปาคั่วเจีย / ถนนบาร์กอร์ (Barkhor Street)ที่ซึ่งมีความสำคัญในฐานะเส้นทางจาริกแสวงบุญดั้งเดิมที่ล้อมรอบวัดต้าเจาซื่อหรือวัดโจคัง ซึ่งแสดงถึงจิตวิญญาณและความศรัทธาของชาวทิเบตที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันยังเป็นย่านการค้าและวัฒนธรรมที่สำคัญซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวลาซาและการผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนากับการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจนที่สุด


อาหาร: อาหารเช้า

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวแบบมีระบบออกซิเจนในเขตลาซา


3
วันที่ 3
แม่น้ำหนีหยาง – ช่องเขาเซ่อจี้ลา

เที่ยวชม แม่น้ำหนีหยาง (Niyang River) แม่น้ำสายสำคัญที่เป็นสาขาของแม่น้ำพรหมบุตร (Yarlung Tsangpo) ไหลผ่านเมืองหลินจือ ขึ้นชื่อเรื่อง น้ำสีมรกตใสสะอาด อันเกิดจากการละลายของหิมะและธารน้ำแข็งบนภูเขาสูง สองฝั่งแม่น้ำห้อมล้อมด้วยทิวเขา ป่าไม้ และหมู่บ้านชาวทิเบต โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - เมษายน) จะมีดอกท้อป่าบานสะพรั่งตลอดชายฝั่ง ไฮไลต์สำคัญริมแม่น้ำคือ โขดหินกลางน้ำ (Pillar of Niyang River) หรือ "โขดหินค้ำฟ้า" ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางลำน้ำ

  • ช่องเขาเซ่อจี้ลา Sejila Mountain Pass (หรือ Serkyim La Pass) จุดชมวิวบนช่องเขาสูงระดับ 4,728 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 318 (G318) เชื่อมระหว่างเมืองหลินจือกับป่าหลู่หล่าง จุดชมยอดเขาหิมะ เป็นจุดชมวิวยอดเยี่ยมในการมองเห็น ยอดเขานัมชาบาร์วา (Namjagbarwa) ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก (7,782 เมตร) ที่มักจะซ่อนตัวอยู่ในม่านเมฆ ชมทะเลดอกกุหลาบพันปีในช่วงฤดูร้อน (พฤษภาคม - มิถุนายน) พื้นที่บริเวณช่องเขาจะเต็มไปด้วยดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) หลากสีสันบานสะพรั่งทั่วทั้งทิวเขา


อาหาร: อาหารเช้า

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวแบบมีระบบออกซิเจนในเขตหลู่หล่าง


4
วันที่ 4
หุบเขาดอกท้อวัดชิงตัว – ป่าสนกังหยุน

เที่ยวชม หุบเขาดอกท้อวัดชิงตัว (Qingduo Temple Peach Blossom Valley) หุบเขาดอกท้อที่ขึ้นชื่อว่ามีความหนาแน่นและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอปัวมี เมืองหลินจือ ตัวหุบเขาครอบคลุมบริเวณโดยรอบ วัดชิงตัวเป็นวัดเก่าแก่ของพุทธศาสนาแบบทิเบต ไฮไลต์คือต้นท้อป่าโบราณอายุหลายร้อยปีที่เติบโตกระจัดกระจายไปตามเนินเขา หุบเขา และรอบๆ ตัววัด เมื่อถึงช่วงเทศกาลดอกท้อบาน (ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน) ดอกท้อสีชมพูสะพรั่งจะตัดกับฉากหลังที่เป็นยอดเขาหิมะและสถาปัตยกรรมอารามทิเบต เกิดเป็นภาพอันเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์

  • ป่าสนกังหยุน (Gangyun Spruce Forest) ผืนป่าสนสปรูซ โบราณอันอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Chinese National Geography ให้เป็น 1 ใน 9 ป่าที่สวยที่สุดในประเทศจีน ตั้งอยู่ในอำเภอบัวมี ภายในป่าประกอบด้วยต้นสนสปรูซยักษ์สูงลำต้นตรงสง่าอายุหลายร้อยปี มีลำธารน้ำแข็ง ทะเลสาบขนาดเล็ก และผืนทุ่งหญ้าซ่อนตัวอยู่ภายใน บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นและมีปริมาณออกซิเจนสูง เหมาะสำหรับการเดินท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง


อาหาร: อาหารเช้า

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวแบบมีระบบออกซิเจนในเขตปัวมี่

5
วันที่ 5
ป่าหลู่หล่าง – เดินชมทุ่งหญ้าบนภูเขาสูง

เที่ยวชม ป่าหลู่หล่าง (Lulang Forest) ผืนป่าสนและทิวเขาอันกว้างใหญ่บนความสูงราว 3,300–3,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้รับฉายาว่า "สวิตเซอร์แลนด์แห่งทิเบต" หรือ "บาร์ออกซิเจนธรรมชาติ" คำว่า "หลู่หล่าง" ในภาษาทิเบตแปลว่า สถานที่ที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงจนลืมบ้านเกิด ภายในพื้นที่ประกอบด้วยป่าสนสปรูซและป่าเฟอร์อันหนาแน่น ล้อมรอบด้วยยอดเขาหิมะ ลำธารน้ำใส และบ้านเรือนไม้สไตล์ทิเบตพื้นเมือง เมฆหมอกมักจะลอยปกคลุมผืนป่าเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามตระการตาตลอดทั้งปี

  • เดินชมทุ่งหญ้าบนภูเขาสูง หรือ ทุ่งหญ้าหลู่หล่าง (Lulang Alpine Meadow Walk) กิจกรรมเดินไฮกิ้งหรือเดินเล่นพักผ่อนท่ามกลางทุ่งหญ้าอัลไพน์ (Alpine Meadow) อันกว้างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางหุบเขาหลู่หล่าง นักท่องเที่ยวจะได้เดินชมฝูงจามรี (Yak) และม้าที่เล็มหญ้าอย่างอิสระตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน (พฤษภาคม–สิงหาคม) ทุ่งหญ้าแห่งนี้จะกลายเป็น "ทะเลดอกไม้" ที่มีดอกไม้ป่าหลากสีสันบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง เหมาะสำหรับการเดินทอดนกชมวิว ถ่ายรูป ชมวิถีชีวิตชาวปศุสัตว์ทิเบต หรือลองกิจกรรมยิงธนูและขี่ม้าพื้นเมือง


อาหาร: อาหารเช้า

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวแบบมีระบบออกซิเจนในตัวเมืองหลินจือ

6
วันที่ 6
ทะเลสาบปาซงชั่ว – เกาะกลางทะเลสาบ

เที่ยวชมทะเลสาบปาซงชั่ว (Basum Tso Lake) ทะเลสาบน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาแบบทิเบต ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 3,480 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล โดดเด่นด้วย น้ำในทะเลสาบสีเขียวมรกตใสบริสุทธิ์ ซึ่งสะท้อนภาพยอดเขาหิมะและป่าสนอันอุดมสมบูรณ์รอบทิศทาง คำว่า "ปาซงชั่ว" ในภาษาทิเบตแปลว่า "น้ำสีเขียว" ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดของทิเบต

  • เกาะกลางทะเลสาบ หรือ เกาะจ๋าซี (Tsozong Island) เกาะขนาดเล็กทรงหยดน้ำที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบปาซงชั่ว ตามตำนานเชื่อว่าตัวเกาะเป็นเกาะลอยน้ำที่ไม่ได้ยึดติดกับพื้นล่าง วัดชั่วซงก้งบา (Tsozong Gongba Monastery) อารามไม้โบราณศักดิ์สิทธิ์นิกายหมวกแดง (Nyingma) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ใจกลางเกาะ ภายในประดิษฐานรูปเคารพขององค์คุรุปัทมสัมภวะ (Padmasambhava) สะพานไม้ลอยน้ำปัจจุบันมีสะพานไม้ทอดข้ามจากริมฝั่งเชื่อมตรงไปยังตัวเกาะ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าเข้าไปเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้โดยสะดวก


อาหาร: อาหารเช้า

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 แบบมีระบบออกซิเจนในตัวเมืองลาซา

7
วันที่ 7
เดินทางส่งสนามบินลาซา - เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ตัวอย่างที่พัก

โรงแรมข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่าง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนตามสถานะห้องว่าง โดยจะทดแทนด้วยมาตรฐานเดียวกันเสมอ

Lhasa Meikang International Hotel 12

Lhasa Meikang International Hotel

Linzhi Dongchen Jinhui Hotel 14

Linzhi Dongchen Jinhui Hotel

Lulang Xilu Grand Hotel 14

Lulang Xilu Grand Hotel

งวดแรก

5,000

บาท/ท่าน

รวมภาษีและประกันเดินทาง
หาเพื่อนไปเที่ยว จอยทริปนี้เลย!

วิธีชำระเงิน

สอบถามแอดมิน
Rejoining Points Rejoining Points +1,000
จองตอนนี้