ฉางไป๋ซานเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ? เปิดปูมภูเขาไฟที่ระเบิดแรงที่สุดในรอบพันปี | Rejoining Travel
ฉางไป๋ซานเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ? เปิดปูมภูเขาไฟที่ระเบิดแรงที่สุดในรอบพันปี
แนะนำที่เที่ยว

Aug 10, 2026

ฉางไป๋ซานเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ? เปิดปูมภูเขาไฟที่ระเบิดแรงที่สุดในรอบพันปี

ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่นิ่งราวกระจก ล้อมด้วยหน้าผาหินสูงชันเป็นวงกลม — ภาพนี้คือภาพที่ทุกคนอยากได้เมื่อขึ้นไปถึง ยอดฉางไป๋ซาน 长白山 (Chángbáishān) แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ วงหินที่โอบทะเลสาบเทียนฉือ 天池 (Tiānchí) เอาไว้นั้น ไม่ใช่หุบเขาธรรมดา มันคือ "ปากปล่อง" ของภูเขาไฟที่เคยระเบิดรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติค่ะ

แล้วคำถามที่ตามมาก็คือ — ตอนนี้มันดับไปแล้วหรือยัง?

"ยังไม่ดับ"

ในทางธรณีวิทยา ฉางไป๋ซานถูกจัดเป็น ภูเขาไฟมีพลัง (active volcano) ไม่ใช่ภูเขาไฟดับสนิท (extinct) ค่ะ เกณฑ์ที่นักธรณีวิทยาใช้แบ่งง่าย ๆ คือ ถ้าเคยปะทุภายในหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมาและยังมีหินหนืดอยู่ใต้ฐาน ก็ถือว่ายังมีพลัง ซึ่งฉางไป๋ซานผ่านเกณฑ์นี้แบบไม่ต้องเถียงกันเลย เพราะครั้งล่าสุดที่มันปะทุคือปี ค.ศ. 1903 — ยังไม่ถึงร้อยยี่สิบปีดีด้วยซ้ำ

แต่ที่น่าสนใจกว่าคือเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเกือบพันปีค่ะ



การระเบิดแห่งสหัสวรรษ ปี ค.ศ. 946

ราวปี ค.ศ. 946 ฉางไป๋ซานเกิดการปะทุที่นักวิชาการเรียกกันว่า Millennium Eruption หรือ 千年大喷发 (qiānnián dà pēnfā) ระดับความรุนแรงอยู่ที่ VEI 7 ซึ่งเป็นสเกลเดียวกับตัมโบราในอินโดนีเซีย พูดง่าย ๆ คือแรงกว่าภูเขาไฟฟูจิทุกครั้งที่เคยปะทุรวมกันหลายเท่า

เถ้าภูเขาไฟจากครั้งนั้นพัดข้ามทะเลญี่ปุ่นไปตกถึงเกาะฮอกไกโดและฮอนชู กลายเป็นชั้นตะกอนที่นักธรณีวิทยาญี่ปุ่นใช้เป็นหมุดหมายเวลาในการศึกษาชั้นดินมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนบนยอดเขาเอง แมกมาที่พุ่งออกไปมหาศาลทำให้ยอดเขายุบตัวลงเป็นแอ่ง แล้วน้ำฝนกับน้ำใต้ดินก็ค่อย ๆ เติมเต็มแอ่งนั้นจนกลายเป็นทะเลสาบเทียนฉือที่เราเห็นกันอยู่

พูดอีกอย่างก็คือ ทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เกิดจากหายนะครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของภูมิภาคนี้นั่นเองค่ะ

หลังจากนั้นฉางไป๋ซานยังปะทุเล็ก ๆ อีกหลายครั้ง เท่าที่มีบันทึกคือปี 1668, 1702 และ 1903 ซึ่งล้วนเป็นการปะทุขนาดย่อม ไม่ได้สร้างความเสียหายในวงกว้าง



แล้วปี 2002 เกิดอะไรขึ้น?

ช่วงกลางปี 2002 ต่อเนื่องถึงปี 2005 เครื่องมือตรวจวัดรอบฉางไป๋ซานเริ่มจับสัญญาณผิดปกติได้ค่ะ แผ่นดินไหวขนาดเล็กที่ปกติเกิดเดือนละไม่กี่ครั้ง พุ่งขึ้นเป็นหลายร้อยครั้งต่อเดือน พื้นผิวเขายกตัวขึ้นเล็กน้อย และก๊าซจากบ่อน้ำพุร้อนรอบฐานเขาเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมี — มีฮีเลียมจากชั้นเนื้อโลกปนออกมามากขึ้น

สัญญาณสามอย่างนี้ในภาษาของนักภูเขาไฟวิทยาเรียกว่า "unrest" คือภาวะที่หินหนืดใต้ดินมีการเคลื่อนไหว แต่ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่การปะทุเสมอไป และในกรณีของฉางไป๋ซาน สัญญาณเหล่านี้ก็ค่อย ๆ สงบลงตั้งแต่ราวปี 2006 เป็นต้นมา

ต่อมาช่วงกลางทศวรรษ 2010 มีงานวิจัยร่วมระหว่างนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกกับเกาหลีเหนือ (เพราะภูเขาลูกนี้คร่อมพรมแดนสองประเทศ ฝั่งเกาหลีเรียกว่าแพ็กตูซาน) ที่ใช้คลื่นไหวสะเทือนสำรวจใต้ฐานเขา ผลออกมาว่ามีแหล่งหินหนืดบางส่วนหลอมเหลวอยู่จริงในระดับความลึกหลายกิโลเมตร ซึ่งยืนยันว่าภูเขาลูกนี้ "ยังมีชีวิต" — แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากำลังจะระเบิดพรุ่งนี้



แล้วเที่ยวปลอดภัยไหม?

ปลอดภัยค่ะ

ฉางไป๋ซานเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ถูกจับตาดูละเอียดที่สุดในเอเชียตะวันออก มีสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว ระบบวัดการเปลี่ยนรูปของพื้นผิว และการเก็บตัวอย่างก๊าซอย่างต่อเนื่อง ภูเขาไฟระดับนี้ไม่ปะทุแบบไร้สัญญาณเตือน โดยทั่วไปจะมีสัญญาณล่วงหน้าเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งมากพอสำหรับการอพยพและปิดพื้นที่

สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรกังวลจริง ๆ บนฉางไป๋ซานไม่ใช่ลาวา แต่เป็น "เมฆ" ค่ะ เพราะยอดเขาสูงกว่าสองพันเมตรและอยู่ในเขตอากาศแปรปรวน มีสถิติว่าในหนึ่งปีมีวันที่มองเห็นเทียนฉือชัดเจนไม่ถึงหนึ่งในสามของวันทั้งหมด หลายคนขึ้นไปถึงจุดชมวิวแล้วเจอแต่หมอกขาวโพลน



ช่วงไหนควรไป

กรกฎาคม – กันยายน คือช่วงที่โอกาสเห็นเทียนฉือสูงที่สุด อากาศบนยอดราว 10–18 องศา ทุ่งดอกไม้ป่ารอบเชิงเขาบานเต็มที่ในเดือนกรกฎาคม ส่วนปลายกันยายนถึงต้นตุลาคมใบไม้เปลี่ยนสี ป่าเบิร์ชขาวตัดกับใบเมเปิลแดงสวยมาก

ธันวาคม – มีนาคม ฉางไป๋ซานกลายเป็นเมืองหิมะเต็มรูปแบบ ต้นสนห่มหิมะหนา มีลานสกีระดับดี และแช่ออนเซ็นกลางหิมะได้ที่บ่อน้ำพุร้อนจู้หลงเฉวียน 聚龙泉 (Jùlóngquán) ซึ่งเป็นน้ำร้อนที่มาจากความร้อนใต้ภูเขาไฟโดยตรง — จะเรียกว่าเป็นของขวัญจากภูเขาไฟก็ได้ค่ะ ข้อควรรู้คือช่วงฤดูหนาว ทางขึ้นฝั่งตะวันตกและฝั่งใต้มักปิด เหลือเฉพาะฝั่งเหนือ



ขึ้นทางไหนดี

ฉางไป๋ซานมีทางขึ้นหลักสามด้าน แต่ละด้านให้ประสบการณ์ต่างกันพอสมควรค่ะ

ฝั่งเหนือ 北坡 (Běipō) — นิยมที่สุด สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ต้องเปลี่ยนไปนั่งรถตู้ของอุทยานขึ้นสู่ยอด ระหว่างทางมีน้ำตกฉางไป๋ 长白瀑布 (Chángbái Pùbù) สูงราว 68 เมตร สระเขียวลวี่ยวนถาน 绿渊潭 (Lǜyuāntán) และป่าใต้ดิน 地下森林 (Dìxià Sēnlín) เปิดทั้งปี

ฝั่งตะวันตก 西坡 (Xīpō) — ต้องเดินขึ้นบันไดกว่า 1,400 ขั้นถึงจะถึงจุดชมวิว แต่มุมมองเทียนฉือกว้างกว่าฝั่งเหนือ และเดือนกรกฎาคมมีทุ่งดอกไม้ป่าบนที่ราบสูงที่สวยมาก เปิดประมาณพฤษภาคมถึงตุลาคม

ฝั่งใต้ 南坡 (Nánpō) — คนน้อยที่สุด ได้เห็นร่องรอยธารลาวาและหุบเขาอย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่สนใจธรณีวิทยาจริง ๆ แต่เปิดจำกัดและเดินทางยากกว่า

การเดินทาง

จุดพักหลักคือเมือง เอ้อร์เต้าไป๋เหอ 二道白河 (Èrdào Báihé) ซึ่งมีโรงแรมและร้านอาหารครบ เข้าถึงได้สามทาง

  1. บินเข้าสนามบินฉางไป๋ซาน 长白山机场 ใกล้ที่สุด ต่อรถราวหนึ่งชั่วโมง
  2. บินเข้าเหยียนจี๋ 延吉 แล้วต่อรถหรือรถไฟ
  3. นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเสิ่นหยาง 沈阳 มาลงสถานีไป๋เหอ

ส่วนใหญ่คนไทยนิยมบินเข้าเสิ่นหยางหรือฉางชุน 长春 แล้วต่อรถไฟความเร็วสูงค่ะ

ข้อควรเตรียม

อุณหภูมิบนยอดต่างจากเชิงเขาได้ถึงสิบองศา แม้ไปหน้าร้อนก็ควรมีแจ็กเก็ตกันลม ลมบนปากปล่องแรงมากจนบางวันเจ้าหน้าที่ไม่ให้ขึ้น ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยสองวันสำหรับยอดเขา เผื่อวันแรกเจอหมอกจะได้มีโอกาสแก้ตัว และควรเตรียมเงินสดไว้บ้าง เพราะบางจุดในอุทยานสัญญาณไม่ดีพอจะสแกนจ่าย



เที่ยวฉางไป๋ซานกับ Rejoining Travel

Rejoining Travel มีประสบการณ์จัดทัวร์จีนมากว่า 5 ปี ดูแลเส้นทางฉางไป๋ซาน–ฮาร์บินทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว ทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์และ FIT จัดเองตามใจ พร้อมบริการเช่ารถพร้อมคนขับสำหรับคนที่อยากเที่ยวเป็นส่วนตัว

จองง่าย มัดจำเพียง 500 บาท และผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือนด้วยบัตรเครดิต KTC

Line: @rejoining rejoiningtravel.com