7 ที่เที่ยวทิเบต ห้ามพลาดในหน้าหนาว พร้อมคู่มือพิชิตทิเบต 2026 | Rejoining Travel
7 ที่เที่ยวทิเบต ห้ามพลาดในหน้าหนาว พร้อมคู่มือพิชิตทิเบต 2026
Destination Tips

Jul 24, 2026

7 ที่เที่ยวทิเบต ห้ามพลาดในหน้าหนาว พร้อมคู่มือพิชิตทิเบต 2026

หน้าหนาวคือช่วงเวลาที่ว่ากันว่า “ทิเบต” จะสวยที่สุดในแบบที่ต่างไปจากฤดูอื่นๆอย่างสิ้นเชิง อยากให้ทุกคนลองนึกถึงภาพฟ้าสีครามที่มีแสงแดดสาดส่องผ่านผืนทะเลสาบที่กลายกระจกน้ำแข็งขนาดยักษ์ เหมือนหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ และที่สำคัญที่สุด ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าฤดูอื่นๆซึ่งจะทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติและวัฒนธรรมของทิเบตโดยไม่เบียดเสียดกับใคร

เพราะฉะนั้นในบทความนี้จะมาแนะนำสถานที่เที่ยวในฤดูหนาวที่ทุกคนควรไปสักครั้ง รวมถึงข้อมูลจำเป็นที่ควรรู้ก่อนวางแผนการเดินทางไปเที่ยวทิเบต

รวม 7 ที่เที่ยวในทิเบต ที่ไม่ควรพลาดในหน้าหนาวนี้

1. ไหลกู่ปิงชวน

ตั้งอยู่ที่ เขตพระบวม (Zayü) เมืองชาโย มณฑลชิงตู้ (Qamdo) ทิเบตตะวันออก ใกล้ทะเลสาบหรานอู๋ (Ranwu Lake) จุดเด่นของไหลกู่ปิงชวนคือถ้ำน้ำแข็งเล็กใหญ่บนผืนทะเลสาบที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยมากๆ ที่เมื่อเดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในยุคน้ำแข็ง และที่นี้ก็ยังมีหน้าผาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าชมใกล้ๆได้อีกด้วย

ในหน้าหนาวผืนน้ำในทะเลสาบก็จะกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด เป็นเหมือนลานน้ำแข็งที่ใหญ่สุดลูกหูลูกตาและเมื่อมองเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง ก็จะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งที่โลกทั้งใบกลายเป็นสีฟ้าสด (หน้าหนาวเป็นช่วงเวลาเดียวในรอบปีที่สามารถเข้าไปชมถ้ำน้ำแข็งแบบใกล้ๆได้)

หมายเหตุ: ความหนาของน้ำแข็งไม่ได้เท่ากันในทุกบริเวณ โดยเฉพาะบริเวณขอบถ้ำที่จะเปราะบางและอาจสามารถเกิดการถล่มลงได้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวไม่ควรมุดเข้าไปในถ้ำหรือยืนตรงปากถ้ำ แต่สามารถชมถ้ำน้ำแข็งในระยะที่ปลอดภัยได้

2. ชวี่เติงหนีหม่าปิงชวน

ชวี่เติงหนีหม่าปิงชวนตั้งอยู่ที่ ทะเลสาบถงหู อำเภอกังปา เขตชิกัตเซ (Shigatse) ทิเบต สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณชายแดนจีน-อินเดีย ซึ่งชวี่เติงหนีหม่าปิงชวนเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ถูกใช้เป็นเส้นในการขีดแบ่งชายแดน ที่นี่จึงถูกเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า “จุดสิ้นสุดของโลก”

ในฤดูหนาวชวี่เติงหนีหม่าปิงชวนมีอากาศที่ค่อนข้างหนาว การเดินทางจะต้องเดินเลียบทะเลสาบซึ่งจะทำให้เราเห็นผืนน้ำแข็งขนาดยักษ์ เมื่อเดินต่อไปอีกก็จะพบกับธารน้ำแข็งที่สูงใหญ่หมือนดั่งกำแพงของโลก และที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทำให้เงียบสงบและสามารถสัมผัสธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

หมายเหตุ: ชวี่เติงหนีหม่าปิงชวน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาค่อนข้างน้อย ทำให้ไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจุดท่องเที่ยวทั่วไป จึงอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกขึ้น และจะต้องขอบัตรผ่านแดนล่วงหน้าก่อนเข้าไปเที่ยวในบริเวณนี้

3. ปิงชวน 40

ปิงชวน 40 ตั้งอยู่ที่ แถบชายแดนทิเบตตอนใต้ ใกล้กับพรมแดนภูฏาน (เขตลั่งข่าจื่อ เมืองซานหนาน) การเข้าไปท่องเที่ยวในปิงชวน 40 จะต้องเข้าไปด้วยรถออฟโรดเท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางหลายชั่วโมง และในระหว่างการเดินทางจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และระบบนำทาง

เมื่อนั่งรถออฟโรดในช่วงหน้าหนาวผ่านหิมะที่ปกคลุมถนนจนขาวโพลน เมื่อมองออกไปนอกกระจกจะเห็นภูเขาฝั่งตรงข้าม นั่นก็คือ ภูฏาน ที่ตั้งอยู่บนธารน้ำแข็งปิงชวน 40 ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นบรรยากาศที่หาจากที่อื่นไม่ได้แล้วจริงๆ

หมายเหตุ: ปิงชวน40 มีอากาศที่หนาวมากๆ และจัดว่าหนาวที่สุดในบรรดาธารน้ำแข็งทั้งหมด เพราะฉะนั้นก่อนการเดินทางไปที่นี่ควรเตรียมร่างกายและอุปกรณ์กันหนาวระดับสูงเป็นพิเศษ

*หมายเหตุสำหรับทั้ง 3 ธารน้ำแข็ง: การเดินทางไปที่ชวี่เติงหนีหม่าและปิงชวน40 จะต้องขอบัตรผ่านแดนล่วงหน้า เนื่องจากทั้งสองที่ตั้งอยู่ในเขตชายแดนที่มีความอ่อนไหว (จีน-อินเดีย-ภูฏาน) โดยสามารถขอผ่านทางบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาต โดยต้องระบุ “อำเภอติงเจี๋ย เขตชิกัตเซ” และ “อำเภอลั่งข่าจื่อ เมืองซานหนาน” ไว้ในเอกสารขอใบอนุญาต (ควรรีบวางแผนยื่นขอใบอนุญาต เนื่องจากใช้เวลาดำเนินการหลายสัปดาห์)

4. ทะเลสาบนัมโช

ทะเลสาบนัมโซตั้งอยู่ห่างจากลาซาไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 240 กิโลเมตร ทะเลสาบนัมโซมีความสูงอยู่ที่ 4,730 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้เป็น ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่เป็นอันดับสองของจีน มีความยาวกว่า 70 กิโลเมตร และกว้าง 30 กิโลเมตร

ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาวของทิเบต ในช่วงนี้ผิวน้ำบางส่วนของทะเลสาบจะเริ่มเเข็งตัวเป็นแผ่นน้ำแข็งที่สะท้อนกับท้องฟ้าทำให้เหมือนเป็นสีฟ้าใสที่กว้างใหญ่จนมองไม่เห็นจุดจบ และเมื่อมองไปข้างหน้าก็จะเห็นเทือกเขาหิมะเนียนเซ็นถังลาที่ถูกหิมะปกคลุมจนเป็นสีขาวนวลทั้งลูก และที่นี่นักท่องเที่ยวมีจำนวนไม่มาก ทำให้เหมือนมีทะเลสาบส่วนตัวเลย

หมายเหตุ: ในช่วงฤดูหนาวถนนอาจถูกปิดหากมีหิมะตกหนัก เพื่อป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุ ดังนั้นก่อนเดินทางไปทะเลสาบนัมโซควรเช็คสภาพอากาศและสภาพเส้นทางกับไกด์ก่อนจัดสินใจเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและไม่เสียเวลา

5. ทะเลสาบยัมดร็อก

ทะเลสาบยัมดร็อก หรือ ทะเลสาบยัมดรก ตั้งอยู่ห่างจากลาซาประมาณ 100 กิโลเมตร (เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถ ไป-กลับในวันเดียวได้) ทะเลสาบยัมดร็อกเป็น หนึ่งในสามทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของทิเบต และเมื่อมองจากมุมสูงทะเลสาบจะมีรูปร่างคล้ายแมงป่อง

ในช่วงหน้าหนาวน้ำในทะเลสาบยัมดร็อกจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มขึ้น และด้วยแสงแดดที่กระทบกับผิวน้ำ รวมถึงยอดเขาที่ถูกหิมะปกคลุม พอมองรวมๆแล้วจะเห็นสีขาวของหิมะสลับกับสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ของน้ำ และเมื่อมองจากจุดชมวิวช่องเขากัมบาลา (Kambala Pass) จะเห็นภาพแบบพาโนรามาที่จะไม่มีวันลืมแน่นอน

ทะเลสาบยัมดร็อกเป็นสถานที่ที่เดินทางง่าย ซึ่งจะเหมาะกับทริปสั้นๆเดินทางไป-กลับภายในหนึ่งวันได้สบายๆ

6. พระราชวังโปตาลา และ ย่านเมืองเก่าลาซา

พระราชวังโปตาลาและย่านเมืองเก่าลาซาตั้งอยู่ในตัวเมืองลาซา เป็นจุดท่องเที่ยวที่เดินทางได้ง่ายเพราะตั้งอยู่ในตัวเมืองอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถออฟโรด

พระราชวังโปตาลาเคยเป็นที่ประทับขององค์ทะไลลามะ และย่านเมืองเก่าลาซา (Barkhor) รอบวัดโจคังก็เป็นเหมือนกับจุดศูนย์รวมทางศาสนาของชาวทิเบต

ในช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวจีนจะน้อยลงมาก จึงทำให้คิวเข้าชมพระราชวังสั้นลง ไม่แออัดและใช้เวลาไม่นาน เมื่อเข้าไปแล้วเงยหน้าก็จะเห็นท้องฟ้าสีฟ้าเข้มไร้เมฆที่ตัดกับสีของพระราชวังได้สวยอย่างลงตัว เมื่อตกเย็นเดินเล่นย่านเมืองเก่าลาซาท่ามกลางอากาศหนาวๆ ซึมซับวัฒนธรรมและบรรยากาศที่หาไม่ได้ในฤดูอื่น

7. จุดชมวิวยอดเขาเอเวอเรสต์

จุดชมวิวยอดเขาเอเวอเรสต์สามารถเดินทางโดยการขับรถเข้าถึงจุดชมวิวที่รงบุก (Rongbuk) ฝั่งทิเบต ใกล้ชายแดนเนปาล จุดชมวิวแห่งนี้เป็น จุดชมวิวยอดเขาเอเวอเรสต์ ที่เข้าถึงด้วยรถได้ใกล้ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในช่วงหน้าหนาวบริเวณเขาเอเวอเรสต์จะมีอากาศหนาวจัดมาก ซึ่งสามารถหนาวได้ถึง -20°C หรือต่ำกว่านี้ในช่วงเวลากลางคืน แต่ในช่วงอากาศหนาวเหน็บ กลับได้มาซึ่งท้องฟ้าที่ใสที่สุดในช่วงปี ทำให้เห็นยอดเขาเอเวอเรสต์ได้ชัดมากๆแทบไม่มีเมฆบังเลย ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถถ่ายภาพยอดเขาได้คมชัดที่สุด

หมายเหตุ: จุดชมวิวยอดเขาเอเวอเรสต์เหมาะกับคนที่มีความพร้อมทั้งทางร่างกายและอุปกรณ์กันหนาวระดับสูงจริงๆเท่านั้น รวมถึงในธันวาคม-กุมภาพันธ์บางช่วง ที่พักบางแห่งอาจปิดปรับปรุงตามฤดูกาล จึงควรเช็คเรื่องที่พักและความพร้อมขึ้นชมยอดเขากับไกด์ก่อน

ข้อมูลจำเป็นก่อนไปทิเบตหน้าหนาว

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวทิเบต

ในช่วงปลายเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ธารน้ำแข็งและผืนน้ำของทะเลสาบจะแข็งตัวอย่างหนาแน่นมากพอที่จะสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมใกล้ๆได้อย่างปลอดภัยที่สุด (แต่ก็ควรระมัดระวังเรื่องพื้นน้ำแข็งเปราะอยู่เสมอ)

ข้อดีของช่วงหน้าหนาวคือจำนวนนักท่องเที่ยวจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากฤดูหนาวในทิเบตค่อนข้างหนาวจัดและแห้งแล้ง ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่น้อยลงทำให้การเดินทางเงียบสงบและประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเที่ยวทิเบตในฤดูอื่นๆ

อุณหภูมิในทิเบตโดยประมาณ

  1. ลาซา : ความสูง 3,650 ม. กลางวัน 5 ถึง 10 องศา และกลางคืน -8 ถึง -10 องศา
  2. นัมโช ยัมดรก : ความสูง 4,700 ม. กลางวัน -2 ถึง -5 องศา และกลางคืน -15 ถึง -20 องศา
  3. เอเวอเรสต์เบสแคมป์ EBC ฝั่งทิเบต : ความสูง 5,000 ม. กลางวัน -10 ถึง 0 องศา และกลางคืน -20 ถึง -25 องศา
  4. ธารน้ำแข็งชายแดน เช่น หลายกู่ 40 ชวี่เติงหนีหม่า : กลางวัน -5 ถึง 5 องศา และกลางคืน -15 ถึง -25 องศา

*ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงแค่ค่าประมาณการทั่วไป สภาพอากาศจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน จึงควรเช็คพยากรณ์อากาศบริเวณพื้นที่ที่จะไปก่อนการเดินทางเสมอ

การเตรียมตัวเที่ยวทิเบตและของที่ต้องพก

  1. เสื้อผ้าแบบ Layering (อย่างน้อย 3 ชั้น): เสื้อและกางเกง Heattech (ด้านในสุด) + เสื้อกันหนาวหรือเสื้อขนเป็ด + เสื้อกันสมกันน้ำ (ชั้นนอกสุด)
  2. หมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ: สามารถช่วยกันลมหนาวได้เป็นอย่างดี โดยต้องเลือกให้อุปกรณ์เหล่านี้มีความหนาและความอบอุ่นเป็นพิเศษ
  3. แว่นกันแดด และครีมกันแดด SPF สูง: ในบริเวณที่เป็นที่ราบสูงแสงอาทิตย์จะแรงมาก ถึงแม้อากาศหนาวก็สามารถทำให้ผิวไหม้ได้ง่ายๆ จึงควรพกอุปกรณ์เหล่านี้ไว้เพื่อป้องกันแสงแดดโดยเฉพาะ
  4. เหล็กตะปูกันลื่นติดรองเท้า (crampons/ice cleats): สิ่งนี้มีความจำเป็นมากสำหรับเดินบนพื้นน้ำแข็งและหิมะที่อัดแน่น ซึ่งสามารถช่วยยึดเกาะเท้าของเราไว้กับพื้น ลดการเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้
  5. ยาที่จำเป็น: ในการเที่ยวที่ทิเบตโดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว ต้องมีความพร้อมในด้านร่างกายสูงมาก ดังนั้นการพกยาอย่าง ยาแก้แพ้ (altitude sickness), ยาแก้ปวดหัว, ยาแก้ท้องเสีย, ยาโรคประจำตัว เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในการรักษาสภาพร่างกายไว้ให้แข็งแรงพร้อมเดินทาง และควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนขึ้นที่สูงเสมอ
  6. กระป๋องออกซิเจนแบบพกพา: เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมากๆโดยเฉพาะหากต้องขึ้นที่ที่สูงกว่า 4,500 เมตร เนื่องจากที่สูงจะมีอากาศบางเบา ออกซิเจนน้อย ทำให้เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หรือถึงขั้นเป็นลมหมดสติ กระป๋องออกซิเจนจึงเป็นอีกหนึ่งของจำเป็นที่ควรพกเมื่อต้องเดินทางไปที่สูงๆ
  7. ถุงทรายร้อนกันหนาว: เนื่องจากทิเบตในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวจัด จึงอาจทำให้มือหรือบริเวณที่ไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้ารู้สึกหนาวจนทรมานได้ ถุงทรายร้อนจึงเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สามารถทำให้รู้สึกอุ่นขึ้นได้


เอกสารและใบอนุญาต (สำคัญมาก)

นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไม่สามารถเดินทางเข้าเขตปกครองตนเองทิเบตด้วยตัวเองได้ แต่จะสามารถไปท่องเที่ยวโดยผ่านบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาต ซึ่งทางบริษัททัวร์ก็จะช่วยจัดการเรื่องต่อไปนี้ให้:

  1. ใบอนุญาตเข้าทิเบต (Tibet Travel Permit): สามารถขอผ่านบริษัททัวร์ล่วงหน้า
  2. ไกด์นำเที่ยวที่ได้รับอนุญาต: ในการเดินทางไปเที่ยวทิเบตจะต้องเดินทางไปร่วมกับไกด์ตลอดทั้งทริป ไม่สามารถเที่ยวเองอิสระได้
  3. รถและคนขับที่มีใบอนุญาต: ในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆในทิเบตจะสามารถเดิทางได้เฉพาะรถที่ได้มีการจดทะเบียนสำหรับพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวเท่านั้น
  4. บัตรผ่านแดนพิเศษ (Alien’s Travel Permit): เมื่อต้องเดินทางไปในบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างเช่นชวี่เติงหนีหม่า, ปิงชวน 40, และเอเวอเรสต์เบสแคมป์เป็นต้น จะมีความจำเป็นต้องทำบัตรผ่านแดนพิเศษเพิ่มเติม แต่ถ้าหากไม่ได้เดินทางไปในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดให้ทำบัตรผ่านแดนพิเศษ ก็สามารถทำแค่ใบอนุญาตเข้าทิเบตก็เพียงพอต่อการเดินทาง
  5. วีซ่าเข้าจีน (China Visa): จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่ ยกเว้นบางสัญชาติที่มีข้อตกลงพิเศษ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตจีนก่อนวางแผน

ควรติดต่อบริษัททัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ โดยเฉพาะถ้าจะไปพื้นที่ชายแดนที่ต้องขอบัตรผ่านแดนเพิ่ม

การเดินทางเข้าทิเบต

  1. ทางเครื่องบิน: บินเข้าสนามบินลาซากงก้า (Lhasa Gonggar Airport) ต่อเครื่องจากเมืองหลักในจีน เช่น เฉิงตู ฉงชิ่ง ปักกิ่ง หรือคุนหมิง
  2. ทางรถไฟ: เส้นทางรถไฟชิงไห่-ทิเบต (Qinghai-Tibet Railway) จากซีหนิงเข้าลาซา เป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก วิวสวยมากแต่ใช้เวลานาน (ราว 20-25 ชั่วโมง) และควรมีเวลาปรับสภาพร่างกายกับความสูงเผื่อไว้


เรื่องสุขภาพที่ต้องรู้

ทิเบตตั้งอยู่บนที่ราบสูงเฉลี่ยกว่า 3,600-4,500 เมตร จึงทำให้มีอากาศที่หนาวเหน็บอย่างรุนแรงและระดับออกซิเจนที่เบาบาง และด้วยเหตุนี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ความสูง (Altitude Sickness) ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแม้ในคนที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เพราะฉะนั้นการดูแลและรักษาสภาพร่างกายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และพกยาป้องกันก่อนเดินทาง ซึ่งจำเป็นมากๆโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวทิเบตในช่วงหน้าหนาวมีสภาพอากาศที่หนาวจัดมากๆ แต่ก็แลกมาด้วยความสวยงามที่หาไม่ได้จากในฤดูอื่นๆ ทั้งธารน้ำแข็งสีฟ้าใสที่ไหลกู่ สถานที่ลึกลับอย่างชวี่เติงหนีหม่าและปิงชวน 40 ไปจนถึงทะเลสาบนัมโซ ยัมดร็อก และพระราชวังโปตาลาที่เงียบสงบในฤดูหนาว สิ่งที่เราจะได้เห็นเมื่อเราไปเที่ยวทิเบตไม่ใช่แค่ “สถานที่ท่องเที่ยว” แต่เป็นเหมือนกับความทรงจำที่มีคุณค่าจนไม่สามารถที่จะลืมได้ เพียงแค่เตรียมตัวเรื่องเอกสาร ร่างกาย และเสื้อผ้ากันหนาวให้พร้อม เพียงเท่านี้ทุกคนก็พร้อมออกเดินทางไปสัมผัสหลังคาโลกในเวอร์ชั่นที่สวยที่สุดได้แล้ว!